วันจันทร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2553

ประชาชาติประชาธิปไตย กับ การสถาปนาทุนนิยม ตอนจบ

©วรพรรณ อยู่นาน มหาวิทยาลัยศรีปทุม
http://voraparn.blogspot.com

แม้ว่าในสถานการณ์ที่มีแนวโน้มไม่ค่อยราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็น อีกทั้งนักรัฐศาสตร์และนักกฎหมายมหาชนหลายท่านออกมาให้ความเห็นว่าหัวใจของทุนนิยมคือกรรมสิทธิ์แต่คำตัดสินเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ของผู้นำประเทศคนดังกล่าวนั้น นับได้ว่าผ่าเข้าไปกลางหัวใจทุนนิยม กล่าวคือ เมื่อถึงจุดหนึ่ง รัฐก็อาจจะ หรือสามารถเข้าไปยึดทรัพย์สินของเอกชนได้

ขณะนี้หากพลิกหน้าหนังสือพิมพ์ทุกเช้า จะพบว่านักวิเคราะห์การเมือง พยายามมีความคิดเห็นไปในทำนองว่าข้อขัดแย้งกับอำมาตย์ แนวร่วมนี้มีพลังจากอดีตนายกฯทักษิณ และกลุ่มรากหญ้าพร้อมกัน

ต้องไม่ลืมว่าคู่แข่งที่เป็นกลุ่มอำนาจในระบอบเก่าหรือคนที่เคยครองอำนาจการเมืองมานานนั้น ไม่สามารถแข่งกับอำนาจทางการเมืองแบบนี้ได้ ส่วนหนึ่งอาจมองได้ว่าอดีตนายกฯทักษิณ มีศักยภาพที่น่าสนใจคือสามารถปลุกใจพลเมืองไทยรากหญ้าให้กล้ามีสิทธิ์มีเสียง ในขณะที่กลุ่มอำนาจในระบอบเก่าเคยชินกับการปกครองสั่งลงมา

จนมีเสียงที่ได้ยินถี่ขึ้นว่าแม้แต่ความซื่อสัตย์ สุจริตก็ไม่มีมาตรฐาน ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวังอย่าให้กัดกร่อนความเข็มแข็งด้านคุณธรรมจริยธรรมในสังคมไทยที่สั่งสมมายาวนาน

บางคนมองว่า จุดอ่อนของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยในประเทศของเราอย่างนึ่งก็คือ ยึดมั่นในหลักการของกฎหมาย กฎกติกา ความถูกต้อง ไม่มีการ ยืดหยุ่น พลิกแพลงเพื่อให้การปกครองประเทศไปถึงจุดมุ่งหมายสูงสุดนั่นคือความสงบสุข ถูกต้อง เที่ยงธรรม

ความล่มสลายของระบบการเมืองการปกครองของประเทศที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นประเทศหรือรัฐใดๆ ก็ตาม ประวัติศาสตร์มักจะบอกได้เสมอว่าฝ่ายใดได้อำนาจเข้ามาปกครอง ก็จะใช้อำนาจนั้นห้ำหั่นขั้วตรงกันข้ามโดยปริยาย สิ่งที่พบก็คือมีความพยายามตามขุดรากถอนโคน ไม่มีที่สิ้นสุด เพราะทุกอย่างถูกกำหนดไว้โดยกติกานอกระบบ

นักรัฐศาสตร์และนักสังคมศาสตร์คนสำคัญอย่าง รศ.วิทยากร เชียงกูล กล่าวว่า ค่านิยมประชาธิปไตยที่ประชาชน ระบบการศึกษา สื่อมวลชน ควรช่วยกันสร้างคือ

-เป็นคนที่มีเหตุผล ยอมรับเรื่องสิทธิหน้าที่ ความเป็นจริงในทางสังคม เคารพในตัวเอง เคารพในศีลธรรมและประโยชน์ร่วมกันของส่วนรวม

-มีทัศนคติที่ดีต่อเพื่อนมนุษย์ มีความเคารพซึ่งกันและกัน และมีความสามัคคี

-เข้าใจความจำเป็นและประโยชน์ของการเข้ามาอยู่ร่วมกันเป็นพลเมืองของประเทศ เพื่อประโยชน์ของสมาชิกทุกคนในระยะยาว

-เคารพกฏหมายและดำเนินชีวิตในกรอบของกฏหมายที่มีเหตุผลและเป็นธรรม

-มีจิตใจเปิดกว้างและพร้อมที่ปรับตัวรับกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมได้

-เป็นคนที่มีความรับผิดชอบผูกพันกับสิ่งที่เขาได้กระทำลงไป

-มีจิตใจที่เป็นธรรม เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่มีอคติต่อผู้ที่มีความแตกต่างจากตน ตัวอย่างเช่น นับถือ ศาสนาอื่นหรือเชื้อชาติอื่น

หากมองในมุมนี้จะพบว่า บทบาทของประชาชนในการเสริมสร้างระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่แค่การใช้สิทธิในการเลือกตั้งนานๆ ครั้ง และพยายามเลือกคนดี คนเก่งมาบริหารประเทศเท่านั้น

หากแต่สิ่งสำคัญที่ต้องเร่งสร้างก็คือ จิตสำนึกให้ประชาชนขวนขวายศึกษาสร้างองค์ความรู้เพื่อพัฒนาตน ใช้สิทธิและหน้าที่พลเมืองที่ดีในการเข้าไปมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นและการบริหารประเทศ โดยเฉพาะประเด็นที่ต้องตัดสินใจเรื่องการใช้ทรัพยากรของประเทศ การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมอย่างสม่ำเสมอ

คำถามที่เป็นโจทย์ข้อใหญ่ที่เราจะต้องคิดและคิดให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ว่า เราจะออกจากวิกฤตในปัจจุบันด้วยความเสียหายที่น้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้อย่างไร นอกเหนือจากการหาวิธีประเมินว่าการเปลี่ยนแปลงในระยะยาวที่จำเป็นจะต้องเกิดขึ้นขณะนี้
ความรอบคอบ เป็นคุณธรรมที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อปัจเจกชน มนุษยธรรม ความยุติธรรม ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และจิตสาธารณะ เป็นคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อเพื่อนมนุษย์

การปกครองประเทศในระบอบประชาติประชาธิปไตย หาใช่มุ่งแต่เพียงการสถาปนาทุนนิยมใดๆ ไม่ หากแต่ต้องคำนึงอยู่เสมอว่าจุดมุ่งหมายสูงสุด คือความสงบสุข ถูกต้อง และเที่ยงธรรม โดยที่สุดการปกครองหรือการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดีนั้น เป้าหมายน่าจะอยู่ที่บ้านเมืองเรียบร้อย คนในสังคมมีความสุข และที่สำคัญคือคนที่อยู่ในบ้านในเมืองเดียวกันมีข้อขัดแย้งน้อยที่สุด

คอลัมน์ : การเมือง ทัศนวิจารณ์ ทัศนจากผู้อ่าน
เผยแพร่ที่ www.bangkokbiznews.com (กรุงเทพธุรกิจ) 8 มี.ค. 2553