วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2552

สหัสวรรษแห่งเอเซีย ทุนนิยมกับวิถีวัฒนธรรมสร้างสรรค์

วรพรรณ อยู่นาน
มหาวิทยาลัยศรีปทุม

สร้างความฮือฮาสะท้านไปทั่วโลก เมื่อข่าวการที่มหาเศรษฐีอย่างบิล เกตส์ เข้ารับมอบรางวัลอินทิรา คานธี ซึ่งหากจะว่าไปแล้วก็อาจจะถือว่าเป็นอีกตัวอย่างของการทำความดีแบบไม่ต้องเดี๋ยวของบรรดาผู้ที่ได้ชื่อว่าร่ำรวยอีกตัวอย่างหนึ่ง หากจะพิจารณาในมุมของสังคมศาสตร์และการมีเอื้ออาทรต่อมนุษยชาติอย่างเป็นสำคัญแล้ว

อาจจะมองได้ว่าบิล เกตส์ ใช้เงินรายได้จากธุรกิจด้านไอทีทำประโยชน์ผ่านมูลนิธิบิลและเมลินดา เกตส์ ซึ่งเขาเองได้ช่วยเหลือโครงการด้านสาธารณสุขและการพัฒนาในประเทศอินเดียอย่างต่อเนื่อง

และนี่เป็นเหตุผลทางจริยธรรมที่สำคัญที่ทำให้ “บิล เกตส์” ได้รับรางวัลอินทิราคานธี ในปีนี้

แหล่งข่าวระบุว่า เงินเกือบ 35 หมื่นล้านบาท หรือประมาณ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ถูกนำไปใช้ในโครงการป้องกันโรคเอดส์และกำจัดโรคโปลิโอ

ประธานาธิบดีประติภาเทวีซิงห์ ปาติล พร้อมด้วยนายกรัฐมนตรีมานโมฮัน ซิงห์ แห่งประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นแขกพิเศาในพิธีมอบรางวัลครั้งนี้ กล่าวว่าโครงการของบิล เกตส์ เป็นตัวอย่างของความเป็นหุ้นส่วนที่ดีระหว่างภาครัฐบาลและภาคประชาชนโดยอยู่บนฐานของธรรมาภิบาลและเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างพอเพียง จึงพิจารณาให้มูลนิธิบิลและเมลินดา เกตส์ได้รับรางวัลนี้จากรัฐบาลอินเดีย

สำหรับรางวัลอินทิรา คานธี เป็นรางวัลที่มอบเป็นประจำทุกปีให้แก่บุคคลหรือองค์กรที่สร้างสรรค์ความพยายามส่งเสริมสันติภาพ การพัฒนา และระเบียบเศรษฐกิจโลกใหม่ มีขึ้นเพื่อรำลึกถึงอดีตนายกรัฐมนตรีอินทิรา คานธี

หากจะยังจำกันได้ บิล เกตส์ นั้น เป็นผู้จุดกระแสการพัฒนาที่ยั่งยืนโมเดลเอเซีย เมื่อครั้งเขากล่าวปาฐกถาที่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด ส่งผลให้ทั่วโลก แม้แต่องค์การสหประชาชาติเอง ก็ให้ความสนใจและให้ความสำคัญแนวคิดแบบเศรษฐกิจพอเพียงขององค์พระเจ้าอยู่หัวของประเทศไทยอย่างกว้างขวาง

การที่เขาเดินทางไปทั่วโลกและมีโอกาสปักหลักทำธุรกิจในอินเดียอย่างจริงจังนั้น น่าจะเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่มีโอกาสซึมซับวัฒนธรรมเอเซีย โดยเฉพาะคำสอนของศาสนาฮินดูและพุทธศาสนาที่เน้นเรื่องความพอดี พอเพียง

บิล เกตส์ ซึ่งเป็นนักเทคโนโลยี อาจไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์ที่มีชื่อแบบชูเมกเกอร์ แต่ก็มีความเข้าใจในวิถีเอเซียในระดับที่ดีพอสมควร ดังนั้น ธุรกิจของเขาจึงไม่ได้มองผ่านวิถีชีวิตแบบเอเซีย ที่เป็นผลผลิตจากการผสมผสานจิตวิญญาณและธรรมชาติสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน

บิล เกตส์ จึงเป็นคนที่ร่ำรวยไม่ใช่เฉพาะทรัพย์สินเพียงอย่างเดียว หากแต่รวมไปถึงด้านจิตวิญญาณของเขาด้วย ที่ทำให้เขาเป็นผู้ที่เข้าไปอยู่ในระดับเดียวกับคนที่มีชื่อเสียงระดับโลกที่เคยได้รับรางวัลนี้อย่างเช่นอดีตประธานาธิบดีจิมมี คาร์เตอร์ แห่งสหรัฐอเมริกา และประธานาธิบดีฮามิด คาร์ไซ แห่งอัฟกานิสถาน

จากเรื่องของ บิล เกตส์ ก็ทำให้นึกถึงเรื่องของการพัฒนาและการเลือกที่จะมีชีวิตด้านดีของมนุษย์ขึ้นมาทันที พระภิกษุที่เรามักจะรู้จักท่านในนามปากกา ว.วชิรเมธี พระอาจารย์เป็นขวัญใจมหาชน ที่มีวิธีการตีความและอธิบายธรรมะซึ่งเป็นเรื่องยากสำหรับคนทั่วไปอยู่แล้วให้เข้าใจได้ง่ายๆ ด้วยคำอธิบายอย่างง่ายๆ เป็นธรรมะร่วมสมัย

ท่าน ว.วชิรเมธี เขียนให้คำแนะนำเกี่ยวกับเส้นทางที่จะประสบความสำเร็จของคน โดยตัวอย่างการดำเนินชีวิตของศิลปินที่มีชื่อ นามดาวินชีมาเป็นตัวอย่างในการเล่าเรื่อง ไว้อย่างน่าสนใจมาก

ท่านเริ่มเล่าลำดับเรื่องให้ฟังว่าใครต่อใครที่ไปเยือนฝรั่งเศส ต่างก็ปรารถนาที่จะได้ไปเยือนพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิตเพราะที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ มีศิลปกรรมระดับโลกประดับเป็นเกียรติยศอยู่หลายชิ้น หนึ่งในศิลปกรรมลือชื่อเหล่านั้นก็คือภาพโมนาลิซาของจิตรกรเอกนาม “เลโอนาร์โด ดาวินชี” ไม่น่าเชื่อว่าท่ามกลางศิลปกรรมกว่า 2 แสนชิ้นที่จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์อันใหญ่โตโอฬารแห่งนี้ ภาพโมนาลิซาจะสามารถหลุดขึ้นมาเป็นที่หนึ่งไม่มีสองได้อย่างขาดลอย

แต่เมื่อเราได้มีโอกาสศึกษาลึกลงไปถึงเบื้องหลังของภาพกลับค้นพบแรงบันดาลใจในการทำงาน และดำเนินชีวิตที่มีเสน่ห์ไม่แพ้ภาพโมนาลิซา นั่นก็คือความเป็นไปในชีวิตของตัวดาวินชีเอง

ท่านย้อนอดีตให้ฟังว่า ดาวินชีไม่ใช่ชาวฝรั่งเศส แต่เป็นชาวอิตาลี เขาเกิดเติบโตและทำงาน ที่อิตาลี แต่ตลอดเวลาที่อยู่อิตาลีชีวิตของเขากลับมีแต่ความยากลำบาก

แต่ต่อมาเมื่อกษัตริย์ฟรังซัวส์ที่ 1 ของฝรั่งเศสขึ้นเสวยราชย์แล้ว พระองค์ทรงมองเห็นอัจฉริยภาพของดาวินชี จึงเชิญให้เขามาอยู่ฝรั่งเศส พร้อมมอบตำแหน่งจิตรกรเอกแห่งราชสำนัก สถาปนิกหลวง และพระสหายของกษัตริย์ให้กับเขา

ด้วยการตระหนักถึงคุณค่าและการมองเห็นความเป็นอัจฉริยบุคคลของดาวินชี หลังจากดาวินชีสิ้นชีวิตลง ผลงานของเขา จึงตกเป็นสมบัติของชาติฝรั่งเศส

ดาวินชีประสบความสำเร็จมีชื่อเสียงเกริกไกร ไม่ใช่เพียงเพราะผลงานของเขาเท่านั้น แต่เป็นเพราะเขารู้จักเลือกที่จะอยู่ในที่“ที่มีคนเห็นคุณค่า”ของเขาด้วย

ในโลกของการทำงาน มีคนทำงานจำนวนมากมายที่เป็นคนเก่ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ทำงานหนัก เงินเดือนน้อย คนแวดล้อมริษยา ยิ่งทำงานคุณภาพชีวิตยิ่งตกต่ำลง เป็นเพราะไม่ได้ทำงานอยู่ในที่ที่มีคนเห็นคุณค่าเหมือนกับดาวินชีนั่นเอง

โคลงโลกนิติที่กล่าวไว้ว่า“แม้นมีความรู้ดั่ง สัพพัญญู ผิว์บ่มีคนชู ห่อนขึ้น หัวแหวนค่าเมืองตรู ตราโลก ทองบ่รองรับพื้น ห่อนแก้วมีศรี” นั้น

คงเป็นสิ่งที่คนทำงานต้องถามตัวเองว่า ความสามารถนั้นได้รับการยกย่องส่งเสริมให้เต็มภาคภูมิอย่างที่ควรจะเป็นหรือไม่ ถ้าเราเก่ง เราเป็นเลิศ แต่เรายังคงอยู่กับที่ มองไม่เห็นอนาคต คงต้องมองหา “ที่ที่มีคนเห็นคุณค่า” แต่ถ้ามองไม่เจอ ต้องสร้าง“ที่เช่นนั้น” ขึ้นมาเอง

แม้จะอยู่ในยุคที่คนจะเข้าใจว่าเป็นสหัสวรรษแห่งทุนนิยม แต่บุคคลอย่างเลโอนาร์โด ดาวินชี หรือแม้บิล เกตส์ ก็ได้แสดงให้โลกได้เห็นแล้วว่าทุนนิยมสร้างสรรค์เป็นเรื่องจริง แม้โลกวิถีสมัยใหม่จะคงดำเนินไปภายใต้กระแสนิยมโมเดลเอเซีย ยุโรปหรือตะวันตกก็ตาม.

ตีพิมพ์วันที่ 29 สิงหาคม 2552
หนังสือพิมพ์ ไทยโพสต์
คอลัมน์ Nation and Provincial หน้าที่ 2