วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

จะอยู่กันอย่างไร อีก 10 วัน ก่อนคดียึดทรัพย์

วรพรรณ อยู่นาน มหาวิทยาลัยศรีปทุม
http://voraparn.blogspot.com

แม้ว่าเซียนการเมืองที่มีดีกรีเป็นถึงอดีตนักเคลื่อนไหวคนเดือนตุลาที่ชื่อจาตุรนต์ อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย จะยกธงแล้วฟันลงมาแรงๆว่า ยึดเกลี้ยง ทรัพย์ ทักษิณ แถมเกทับต่อว่าอาจมีคนในรัฐบาลรู้ล่วงหน้า ด้วยท่วงท่ากังวลว่ารัฐบาลอาจฉวยโอกาสใช้กำลังปราบปรามประชาชนหวังความรุนแรง พร้อมติดแบรกแนวทางตั้งกองทัพประชาชนไม่ใช่สันติวิธี ซึ่งเป็นข่าวเมื่อหลายวันก่อนนั้น น่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง

ถ้าเป็นตามที่จาตุรนต์โมเดลวิเคราะห์จริง ฉากสุดท้ายของสงครามเสื้อแดงรบแตกหัก พิทักษ์ขุมทรัพย์ 7.6 หมื่นล้าน คงรอดยาก มองจากคิวที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ แกนนำม็อบพันธมิตรฯ อดีต คตส. และสื่อบางส่วน จะออกมาโหมกระแสตีธงยึดทรัพย์ทั้งหมดและสุดท้ายก็ยึดจนหมด

จากจาตุรนต์โมเดล เป็นไปได้ที่คนจะคิดว่า รัฐบาลจะใช้สื่อของรัฐชี้แจงคดียึดทรัพย์ในช่วงประมาณ 2 สัปดาห์สุดท้ายก่อนถึงวันตัดสิน โดยทำให้เห็นว่า ถ้าตัดสินออกมาแล้วยึดทรัพย์ก็คงพยศ เสื้อแดงก็เป็นผู้ร้าย ถ้าเสื้อแดงไปเข้าทางก็จะยิ่งทำให้รัฐบาลทำให้คนเห็นว่าเสื้อแดงเป็นฝ่ายผู้ร้าย

เพราะอย่างนี้ ยิ่งใกล้วันที่ศาลจะอ่านคำตัดสินคดี หลายๆ อย่างดูเหมือนจะไม่ใช่แค่คดีความตามตัวบทกฎหมายอย่างเดียวเท่านั้นที่ถูกจับโยงมาประเด็นเดียวกันกับการยึดหรือไม่ยึดทรัยพ์ครั้งนี้ ตัวอย่างง่ายๆ เช่น ตัวเลข ซึ่งหมายถึง เลข 13

มีการตีความกันว่าเลข 13 จะเป็นตัวแปรที่สำคัญ หากมองจากมุมความเชื่อที่ว่าเลข 13 นั้นอาถรรพ์ เป็นได้ทั้งดีและร้าย แต่จากสถิติตัวเลขนี้มักเป็นไปทางร้ายเสียมากกว่า ดูทั้งจากเหตุการณ์ทั่วโลก โดยเฉพาะกับสังคมไทยนั้นก็อาจจะพูดได้ว่าเลข 13 เป็นสิ่งต้องห้าม โดยเฉพาะอาคารสูงไม่มีชั้นนี้ แม้กระทั่งลิฟท์โดยสารขึ้นตึกสูงก็ไม่มีเช่นกัน

ขออนุญาตยกตัวอย่างจำนวนตัวอักษรชื่อ-นามสกุล เหตุการณ์ ที่รวมกันแล้วได้ 13 แป๊ะพอดี มาวิเคราะห์กันตามเลขศาสตร์กันดู ก่อนอื่น ผู้เขียนไม่ได้มีเจตนาบอกว่าชื่อที่นำมาเป็นข้อสังเกตนี้เป็นบุคคลไม่ดี เป็นแต่ยกตัวอย่างว่าได้เท่ากับ 13 ตามเลขศาสตร์อันน่าพิศวงเท่านั้น ตัวอย่างผลลัทธ์ที่นับได้แล้วเท่ากับ 13 เป็นต้นว่า ทักษิณ ชินวัตร(13) ชวลิต ยงใจยุทธ(13) วีระ มุสิกพงศ์(13) ธีระยุทธ บุญมี(13) ณรงค์ กิตติขจร(13)ญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 94(13) ซอย-บ้านเลขที่นายกฯอภิสิทธ์ 32/1-3 ซอยสุขุมวิท 31 ที่ถูกคน ปาสิ่งปฏิกูลใส่ 4 ถุง เหตุการณ์นี้ก็มีเลข 13-31 หรือแม้จะว่าไปแล้วตัวเลขทรัพย์สิน 7.6 หมื่นล้าน เลข 7 กับเลข 6 บวกกันก็ได้ผลลัทธ์เป็นเลข 13 เช่นกัน

สำหรับประเทศไทย ว่าไปแล้ว จะถูกโฉลกกับเลขนี้หรือไม่ คงต้องไปว่ากันที่หลักโหรศาสตร์ตามที่แต่ละคนเชื่อถือ บางคนมองว่าเลข 13 ตามโหรศาสตร์แล้วเลขนี้ไม่ค่อยถูกกับดวงบ้านเมืองสักเท่าไหร่และมองว่าอาจส่งผลกระทบทางดวงดาว กลายมาเป็นชนวนเหตุการณ์ที่มีผลต่อความสุขคนไทยก่อนสถานการณ์การอ่านคำตัดสินคดีได้

อ.เก่งกาจ ปรมาจารย์ด้านโหรศาสตร์ของไทยวิเคราะห์ว่า ในวันที่ 26 ก.พ. 2553 นั้น ตรงกับวันศุกร์ ขึ้น 13 ค่ำ เดือน 4 ปีฉลู วันศุกร์เป็นวันอุบาทว์และโลกาวินาศ ตามกาลโยคประจำปี ซึ่งขึ้น 13 ค่ำ ก็มีเลขอาถรรพณ์ คือเลข 13 ขณะที่เวลาขึ้นนั่งบัลลังก์พิพากษาคดีนี้ของศาลคือเวลา 13.00 น.

นอกจากจะลัคนาอยู่ราศีเมถุน มีดาวราหูเล็งในราศีธนู มีดาวเสาร์ดาวมฤตยูทำมุมจตุโกณ ในมุมให้โทษกากบาทแล้ว ก็จะเห็นได้ว่ามีเลข 13 เข้ามาเกี่ยวทุกรายการนั้น ท่ามกลางกระแสร้อนฉ่าทางการเมืองโดยมีคดีทรัพย์สิน 7.6 หมื่นล้าน ครั้งนี้ จึงเป็นเสมือนเชื้อเพลิงมหึมาที่อาจโหมไฟให้ลุกโชนท่วมเมือง บุคคลเลข 13 จะส่งผลให้เกิดอะไรขึ้นหรือไม่กับสังคมไทย

เรื่องนี้ต้องคิดให้มากว่ามนุษย์เป็นผู้สร้าง ทุกอย่างแก้ไขได้ ถ้าผู้รับผิดชอบอยากแก้

ข้อคิดที่นายจาตุรนต์ ฝากให้สังคมไทยช่วยกันคิดนั้นไม่อาจปล่อยให้ผ่านไปอย่างเดียว คือขอให้รัฐบาลมีสติในการสร้างความสมานฉันท์ ขณะที่ฝ่ายต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยขอให้ยึดหลักสันติวิธีอย่างเคร่งครัด แยกแยะให้ออกว่า ใครคือแกนนำหรือไม่ใช่แกนนำ

อย่างไรก็ตาม หากติดตามข่าวสารข้อมูลเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวในสังคมขณะนี้ตามที่แหล่งข่าวออกมาระบุว่า พบการฝึกกองกำลังติดอาวุธ ใน 2 อำเภอของ จ.อุบลราชธานี แม้จะจำนวนไม่มากนัก คือชุดละกว่า 10 คนก็ตาม แต่เชื่อว่ากลุ่มคนดังกล่าวจะเข้ามาสร้างสถานการณ์ระหว่างการชุมนุมองกลุ่มคนเสื้อแดงในเดือนกุมภาพันธ์นี้แน่ ซึ่งจากการเช็คข่าวอดีตสหายต่างๆ ในพื้นที่ก็ยังไม่ทราบว่ากลุ่มคนดังกล่าวมีจำนวนเท่าใดและได้อาวุธมาจากไหน

โดยแหล่งข่าวยังแสดงความกังวลว่า การชุมนุมคนเสื้อแดงทั้งก่อนและหลังวันตัดสินคดียึดทรัพย์ ระหว่างวันที่ 20-29 กุมภาพันธ์ อาจมีบางกลุ่มเข้ามาสร้างสถานการณ์คล้ายกับเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ทั้งการเผาสถานีตำรวจ การยั่วยุให้เจ้าหน้าที่รัฐตอบโต้ อาจรวมถึงการเผาที่ทำการของบางพรรค นั้น หลายฝ่ายในสังคมฟังแล้วน่าจะไม่สบายใจเท่าไร แม้จะอ้างที่มาของข้อมูลว่าเป็นเพียงแหล่งข่าวก็ตาม

ยิ่งคำเตือนในมุมของจาตุรนต์โมเดล ที่มีต่อข้อเสนอของบางฝ่ายที่ระบุทำนองว่าหากมีการรัฐประหารให้ถือขวดใส่น้ำมันออกมา ตลอดจนการมีกองกำลังทหารพราน นักรบดำหรือการตั้งกองทัพประชาชนนั้น ไม่ใช่แนวทางสันติวิธี พร้อมแนะแกนนำจะต้องปฏิเสธแนวทางการต่อสู้ด้วยวิธีเหล่านี้

ต้องคอยดูกันต่อว่าหลังมีข่าวเปิด 5 อักษรย่อ 2 ส.-พ.-ป.-ว. ส่งท่อน้ำเลี้ยงแดง ซึ่งมีท่าว่าจะกลายเป็นเรื่องแดงๆ อยู่ขณะนี้ เหตุการณ์ต่อไปจะเป็นอย่างไง

จากนี้ไปอีก 13 วัน ก่อนการอ่านคำตัดสินยึดหรือไม่ยึดทรัพย์ สังคมไทยจะอยู่-จะไป กันอย่างไรต่อเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายก็เฝ้ารอ(อย่างกังวล)ไม่แพ้กัน.

ตีพิมพ์วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2553
หนังสือพิมพ์ ไทยโพสต์
คอลัมน์ Opinion, Analysis and comment หน้าที่ 4