วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2553

เยาวชนมี “ปัญหา” สังคมต้อง “อาสา” แก้ไข (จบ)

วรพรรณ อยู่นาน มหาวิทยาลัยศรีปทุม
http://voraparn.blogspot.com

อย่างไรก็ตาม เมื่อเยาวชนลูกหลานมีปัญหาเกิดขึ้น สังคมก็ต้องอาสาเข้ามาแก้ไข โดยเฉพาะสถาบันที่ทำหน้าที่ในการขัดเกลาทางสังคม

อย่างเช่นองค์กรทางศาสนา หลักธรรมคำสอนและพระสงฆ์เท่านั้นจะเป็นผู้สร้างผู้ชี้ทางและเป็นผู้นำทางทางจิตใจของเยาวชนไทย เป็นผู้อธิบายค่านิยมที่ถูกต้อง ผู้อธิบาย ความดี ความชั่ว ความจริงของโลกและความสุขอันแท้จริงของชีวิตเป็นผู้ชี้นำความสว่าง ความสงบทั้งแก่เยาวชนให้พบความสุขได้

หากมองมุมบวก มองเยาวชนในด้านที่เป็นจุดแข็ง ก็ยังพบว่าเยาวชนไทยในยุคโลกาภิวัตน์มีจุดแข็งอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวกับ

-เป็นคนมีเหตุผล ความมีเหตุผลนี้จะทำให้พฤติกรรมกล้าถาม กล้าตอบ กล้าโต้เถียง ซึ่งผู้ใหญ่จะมองว่าหัวแข็ง ไม่มีสัมมาคารวะ แต่ ลักษณะมีเหตุมีผลนี้เป็นคุณสมบัติที่เหมาะกับโลก ปัจจุบัน อันเป็นยุคโฆษณา

-เป็นตัวของตัวเอง ความเป็นตัวของตัวเองคืออยากทำอะไรก็ทำที่ตัวเองเห็นว่าดีถูกต้อง เช่น การยืน การพูด ถกเถียง การแต่งตัว แม้แต่การเข้าไปในวัด คุยกับพระ หากผู้ใหญ่ไม่เข้าใจความเป็นตัวของวัยรุ่นก็จะตำหนิหรือหาว่าไม่มีมารยาทไม่มีสัมมาคารวะ

-ความกล้า ความสนใจกว้างกว่า การก้าวทันวิทยาการใหม่ ๆ วัยรุ่นเป็นคนรุ่นใหม่จะกล้ามากกว่าเดิม กล้าเรียน กล้าทำงาน กล้าเป็นนักร้อง กล้าเป็นนางแบบ รู้เรื่องคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เนท รู้ความเคลื่อนไหว ความเป็นไปต่าง ๆ ของสังคม และโลก ทั้งที่ใกล้และไกลตัว
ขณะที่จุดอ่อนที่อาจจะถือวาเป็นจุดตาย ของเยาวชนไทยก็มีเช่นกัน อย่างเช่น

-ความอ่อนแอในเชิงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตแบบไทยอันเนื่องมาจากชีวิตครอบครัว ลักษณะสังคมไทยเปลี่ยนไปมาก พ่อแม่ไม่มีเวลาสั่งสอนอบรมลูกน้อยลง เยาวชนเข้าเรียนหนังสือในชีวิตอยู่ในโรงเรียนตั้งแต่วัยเยาว์ โรงเรียนไม่สามารถอบรมกล่อมเกลาเยาวชนในด้านวัฒนธรรมและวิถีชีวิตได้เท่าเทียมกับพ่อแม่และชุมชน หรือจะกล่าวอย่างง่ายคือ วัด บ้าน โรงเรียน แยกส่วนกันไม่เป็นสังคมที่กลมกลืนกัน

การหล่อหลอม อบรม สืบทอดวัฒนธรรมและวิถีชีวิตแบบไทยก็อ่อนด้อยไป ยิ่งเยาวชนที่อยู่ในวัยทำงานต้องจากครอบครัวไปอยู่ต่างถิ่น อยู่ในสังคมโรงเรียน ยิ่งเกิดการแตกแยก ทั้งทางด้านจิตใจและการดำเนินชีวิต ความอ่อนแอในทางวัฒนธรรมทำให้ขาดจุดยืน ขาดความมั่นใจ ขาดการใคร่ครวญและรับหรือไม่รับสิ่งต่างๆ ที่เข้ามากระทบได้ง่าย เกิดความสับสนในการดำเนินชีวิตแบบไทยที่เหมาะสมถึงสภาพปัจจุบัน

-ความว้าเหว่ สับสนทาง สภาพครอบครัว สภาพสังคมที่สับสน สภาพการแข่งขัน สภาพชิงดีชิงเด่น เอารัดเอาเปรียบ ทำให้จิตใจของเยาวชนจำนวนไม่น้อยเกิดความสับสนวุ่นวาย ยิ่งวัยรุ่นเป็นวัยที่ติดเพื่อนพลอยทำให้ตัดสินใจอะไรพลาดพลั้งได้ง่าย ยิ่งประเภทพ่อแม่ไม่มีเวลาให้ลูกหรือครอบครัวมีปัญหา ครอบครัวแตกแยก ยิ่งเสี่ยงต่อการตัดสินใจในทางที่ผิดก่อปัญหาต่อตัวเองและสังคม
จุดอ่อนของเยาวชนทั้งสองข้อ เป็นพื้นฐานสำคัญที่สุด ก่อให้เกิดปัญหาอื่นตามมา ที่น่าสังเกตคือ เป็นเรื่องของจิตใจอันเป็นผลให้คนดำเนินชีวิตไปทั้งในทางชั่วและทางดี เรื่องการนำและอบรมทางใจนี้ พระสงฆ์ย่อมมีบทบาทสูงสุดอย่างไม่ต้องสงสัย

ขณะเดียวกันสิ่งที่เยาวชนสับสนและอยากได้คำตอบมากที่สุด กลับเป็นเรื่องที่มองดูว่าเป็นสิ่งไกลตัว อย่างเช่นเรื่องความจริงของชีวิต เกิดมาทำไม ความจริงของโลก จักรวาล คืออะไร อะไรคือความชั่ว อะไรคือความดี คนทำชั่วทำไมจึงได้ดี ทำไมจึงมีเกียรติ ทำไมจึงร่ำรวย คนทำดีทำไมจึงยากจน คนซื่อสัตย์สุจริตทำไมจึงถูกโกง ถูกเอารัดเอาเปรียบ ค่านิยมที่ดีคืออะไร
คำถามหรือข้อสงสัยเหล่านี้ ต้องอาศัยปัญญา เพราะเป็นข้อสงสัยเกี่ยวกับโลกทัศน์ แนวปรัชญาด้วยซ้ำ ที่ล้วนฝังลึกอยู่ด้านในจิตใจเยาวชน ต้องเข้าใจว่าศาสตร์ที่สอนเรื่องโลกทัศน์หรือปรัชญาที่สอนให้คนคิดเป็นนั้น สถาบันการศึกษาบางแห่งในปัจจุบัน ไม่มีการอบรมสั่งสอนวิชาการด้านนี้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือแทบจะไม่ให้ความสำคัญเลยก็อาจเป็นได้

วิกฤตจิตใจ ความสับสนยุ่งเหยิงทางใจที่เป็นข้อขัดแย้ง เป็นคำถามในใจของเยาวชนตลอดเวลา เช่น ทำไม ตุ๊ด ดี้ จึงดังในจอทีวี ทำไมผู้ใหญ่รณรงค์ให้เยาวชนรักษาความสะอาด ทางเท้าเต็มไปด้วยแผงขายอาหารจนไม่มีที่เดิน ทำไมคนหนุ่มสาวผู้ใช้แรงงานจึงถูกเอาเปรียบค่าแรง แล้วทำไมจึงให้ต่างชาติเข้าเมืองผิดกฎหมาย มาขายแรงงานราคาถูกไม่ถูกจับ
คำว่าทำไม ๆ ๆ ๆ เยาวชนนี้มีมากมาย เกิดวิกฤตทางจิตใจตลอดเวลา

สาเหตุหลักของสภาพปัญหาสังคมไทย สภาพปัญหาเยาวชนไทยยุคโลกาภิวัตน์ทั้งหลายทั้งปวงมาจากความสับสนวุ่นวายทางจิตใจ จิตใจเยาวชน ไม่มั่นคง ไม่มีอะไรเป็นเครื่องยึดมั่น องค์กรของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาโดยตรง เช่น กระทรวงศึกษาธิการ และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีนโยบายในการแก้ปัญหาก็จริง แต่ก็ขาดความต่อเนื่อง

น่าเสียดาย ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในบ้านเมืองยังหาจุดที่จะสงบไม่ได้ ปัญหาสังคมที่เกี่ยวกับเยาวชนตรงๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทะเลาะวิวาท ถึงขั้นเอาชีวิตหรือปัญหาอื่นๆ ที่เกี่ยวกับเยาวชนทั้งหลายนั้น คงยากที่จะได้รับเยียวยาและยากต่อการเหลียวแลอย่างเป็นจริงเป็นจัง.


คอลัมน์ : การเมือง ทัศนวิจารณ์ ทัศนจากผู้อ่าน
เผยแพร่ที่ www.bangkokbiznews.com (กรุงเทพธุรกิจ)
วันที่ 17 มกราคม 2553